เทศกาลคาร์นิวัลนั้นมีขึ้นทุกปี เป็นหนึ่งในเทศกาลประเพณีของศาสนาคริสต์ สำหรับที่บราซิลนั้นจะจัดขึ้นในอาทิตย์ที่ 7 ก่อนอีสเตอร์ งานเฉลิมฉลองจะมีขึ้นไม่ใช่เฉพาะที่ริโอ แต่ในทุกๆหมู่บ้าน ทุกๆเมืองที่นับถือศาสนาคริสต์ในบราซิล แต่ที่โด่งดังที่สุดคงไม่พ้นพาเหรดที่เมืองริโอ ที่เรียกผู้ชมได้เกือบล้านคน และเป็นคาร์นิวัลพาเหรดที่ใหญ่ที่สุดในโลกค่ะ
ตัวบราซิลและเมือง Rio de Janeiro เองนั้นก็ไม่เบา เพราะบราซิลนั้นจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งต่อไป ที่จะจัดขึ้นปี 2013 ที่จะถึงนี้แล้ว อีกทั้งเมือง Rio ยังได้รับเกียรติยิ่งใหญ่ที่จะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก ปี 2016 อีกด้วย และล่าสุดข่าวออกเมื่อวานนี้ว่าประเทศบราซิลได้เขี่ยมหาอำนาจอย่างอังกฤษขึ้นแทนเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลกอย่างเป็นทางการ ช่างเป็นประเทศที่น่าอิจฉาและน่าจับตามองที่สุดในตอนนี้ก็ว่าได้
| วิวของอ่าวจากรูปปั้นพระเยซู |
เกริ่นมาชักยาวเกิน เอาเป็นว่าเริ่มเข้าเนื้อหาของโพสนี้ ที่เน้นเฉพาะงานคาร์นิวัลกันดีกว่า ...
วันพาเหรดจะมีทั้งหมด 4 วันค่ะ เริ่มต้นที่คืนวันเสาร์ซึ่งจะเป็นวันพาเหรดของโรงเรียนแซมบ้าน้องใหม่ ส่วนวันแข่งขันดุเดือดจริงๆคือคืนวันอาทิตย์และวันจันทร์ ทั้งหมดนี้เป็นการแข่งขันของโรงเรียนแซมบ้าต่างๆ ที่จัดขบวนพาเหรด จินตนาการและจังหวะการเต้น มาประชันกันทุกปี ผู้ชนะเลิศหกอันดับแรกจะได้รับเชิญมาเดินอีกรอบในคืนวันเสาร์ถัดมา
พาเหรดเริ่มตั้งแต่ประมาณ 3 ทุ่ม ถึงเช้าของอีกวัน (โหดไปมั้ย?) แต่มาดูเฉพาะบางช่วงก็ได้นะคะ ไม่ต้องดูทั้งหมด ต่อไปคือวิธีเล็กๆน้อยๆที่เราเก็บมาจากประสบการณ์นิดหน่อยค่ะ
1. เริ่มต้นจากการซื้อบัตรเข้าชม - ก่อนอื่นต้องศึกษาแพลนที่นั่งก่อน สนาม Sambodromo นั้นมีที่นั่งหลักๆแบ่งเป็น 3 แบบ
- Grandstands - จะอยู่บนสุด เป็นที่นั่งเหมือนอัฒจันทร์กีฬาเป็นชั้นๆขึ้นไป ที่นั่งกลุ่มนี้จะไม่มีเบอร์ที่นั่ง ใครมาก่อนได้ก่อน (ยกเว้น Sector 9 จะมีเบอร์ที่นั่ง แต่ราคาจะสูงกว่า) และจะค่อนข้างแน่นเบียดเสียดหน่อย แต่พอเริ่มดึกคนก็จะเริ่มทยอยกลับ โดยเฉพาะใน Sector ที่มีนักท่องเที่ยวเป็นส่วนมากซึ่งจะมีอายุหน่อยและจะกลับเร็ว วิวจากที่นั่งประเภทนี้ โดยเฉพาะถ้าไปถึงก่อนและได้นั่งแถวหน้าๆถึงกลางๆ นับว่าดีมากทีเดียว เพราะตัวพาเหรดใหญ่มากเห็นได้ชัด และจะทำให้เห็นความอลังการของพาเหรดในมุมกว้าง พอได้เวลาพาเหรดมาคนจะยืนขึ้นมาเต้น และร้องเพลงประกอบจังหละแซมบ้า อันนี้สำหรับคนที่ชอบปาร์ตี้ บรรยากาศคนเยอะๆ และวิวพาเหรดแบบพาโนราม่า ไม่เหมาะสำหรับคนขี้ร้อน หรือถ้ามีปัญหาเรื่องขา เพราะที่นั่งค่อนข้างคับแคบ
- Allocated chairs - จะอยู่ล่างสุดระดับพื้นดิน ติดขอบสนามพาเหรด ที่นั่งจะมีเบอร์และเป็นเก้าอี้ จะสบายกว่า Grandstands เยอะแต่ราคาก็สูงขึ้นหลายเท่าตัว ข้อดีคือสามารถเห็นพาเหรดแบบประชิด พร้อมกับที่นั่งส่วนตัวสบายๆ ส่วนข้อเสียคือ วิวที่เห็นถึงจะประชิดแต่ในความคิดของตัวเองคิดว่าไม่ดีเท่าวิวจากข้างบน เพราะตัวพาเหรดใหญ่ และสูง และกินระยะยาว มองจากระดับพื้นดินจะไม่เห็นทั้งหมดแต่จะโฟกัสเฉพาะจุด
- Luxury suites - อันนี้ดีสุดอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งเรื่องวิวและความสบาย จะเป็นห้อง VIP ยกระดับขึ้นมา ก่อนเป็น Grandstands มีบาร์เครื่องดื่มและอาหาร ห้องนึงจุคนได้หลายคน แต่ราคาแพงลิบ
![]() |
| แปลนที่นั่ง (สังเกตเบอร์ Sector ต่างๆ) พาเหรดจะเริ่มเดินจากด้านซ้าย |
การซื้อบัตร อาจจะไม่ต้องหวังเลยว่าจะได้บัตรราคาตามหน้า เพราะบัตรจากทางการขายหมดเกลี้ยงภายในไม่กี่ชั่วโมง ด้วยที่ว่าทางผู้จัดไม่มีการจำกัดการขายบัตรให้เอเย่นต์ บัตรส่วนมากจึงตกอยู่ในมือเอเย่นต์ที่จะนำมาขายต่อในราคาเท่าไหร่ก็ได้ ทุกๆปีราคาก็จะสูงขึ้นๆด้วยดีมานด์ที่มากขึ้นๆเพราะชื่อเสียงของคาร์นิวัลที่นี่ วิธีซื้อบัตรของนักท่องเที่ยวส่วนมากก็หนีไม่พ้นการซื้อต่อจากเอเย่นต์ สามารถหาได้ทั่วไปบนอินเตอร์เนต ซื้อด้วยบัตรเครดิตแล้วจัดส่งที่โรงแรมก่อนวันพาเหรด 1-2 วัน หรือสามารถไปรับบัตรที่ออฟฟิซของเอเย่นต์ก็ได้ค่ะ
2. การเดินทางไป-กลับ สนาม Sambodromo - มีหลายวิธี
- Subway - สำหรับใครที่มั่นใจ ถ้าถือตั๋วเลขคี่ให้ลงที่สถานี Central Station ส่วนตั๋วเลขคู่ลงสถานี Praca Onze แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที ไม่ต้องกลัวหลงเพราะคนส่วนมากที่ลงสถานีนั้นๆก็จะไปทิศเดียวกันคือ Sambodromo
- Taxi - แท็กซี่ที่ริโอสามารถหาได้ตามท้องถนนทั่วไป โบกเรียกที่ไหนก็ได้เหมือนที่กรุงเทพฯ ไม่ต้องห่วงเรื่องหาไม่มี ขาไปง่ายสุดคือโบกแท็กซี่แล้วบอกว่าไป Sambodromo ต้องบอกด้วยว่าตั๋ว Sector อะไรเพราะแต่ละ Sector จะค่อนข้างห่างกันโดยเฉพาะเลขคู่กับเลขคี่ ราคาตามมิเตอร์ อ้อ เวลานั่ง Taxi ที่ริโอให้ดูตอนคนขับกดมิเตอร์ด้วยนะคะว่าเป็นเรท 1 หรือ 2 เรทหนึ่งจะเป็นเรทกลางวัน ส่วนเรท 2 กลางคืนระหว่าง 3ทุ่ม-6โมงเช้า และวันอาทิตย์ทั้งวัน แท็กซี่บางคันจะชอบกดเรทสองเมื่อเห็นนักท่องเที่ยว (มิเตอร์ขึ้นเร็วกว่าเรท 1 มากๆอย่าบอกใคร) เคยโดนครั้งนึงตอนกลางวันแสกๆ พอถามก็จะอ้างนู่นอ้างนี่เป็นภาษาโปรตุเกส แต่ถ้าเราไม่พอใจ เขาก็อนุญาตให้ลงค่ะ, ส่วนขากลับอันนี้จะยากหน่อยโดยเฉพาะถ้าอยากกลับตอนช่วงคนอื่นๆจะกลับพอดี ข้างหลัง Sector 9-11 จะมีคิวแท็กซี่ อันนี้จะเป็นสัมปทานสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ ราคาจะเป็น Fixed rate ตอนไปครั้งนี้คิวคนรอขึ้นยาวมากๆๆ เป็นกิโล เพราะออกมาตอนใกล้จบพอดี ถ้าหมดหวังกับคิวแท็กซี่ก็ต้องเดินออกไปหาโบกตามถนนข้างๆ ซึ่งแน่นอนก็จะเล่นตัว เพราะช่วงใกล้จบจะดึกมาก (ไม่ใช้ดึกหรอก เช้ามืดมากกว่า) จะไปแต่เฉพาะที่อยากไป และราคาก็เป็น Fixed rate ไม่ต้องคิดจะหาแบบกดมิเตอร์อีกต่อไป
- Shuttle bus - ถ้าพักอยู่โรงแรมใหญ่ๆจะมีบริการ Shuttle Bus ไป-กลับจากโรงแรม อันนี้จะหมดปัญหาเรื่องกลัวหลง และไม่ต้องแย่งแท็กซี่กับชาวบ้าน แต่ราคาจะแพงสุด และจะมีออกเป็นรอบๆ ทุกๆครึ่งชั่วโมง ไม่ใช่ตามใจฉันเหมือนทางเลือกข้างต้น
3. หาโรงแรมย่านไหนดี - นักท่องเที่ยวส่วนมากจะพักอยู่ริมชายหาดที่เรียกว่า South zone ที่นี่จะเป็นที่ตั้งของโรงแรมใหญ่ๆ มีอยู่หลักๆ 3 หาดคือ Copacabana, Ipanema และ Leblon ย่าน Ipanema และ Leblon จะเป็นย่านที่ปลอดภัยสุดในริโอ ส่วน Copacabana จะค่อนข้างน่ากลัวโดยเฉพาะตอนกลางคืน เหตุการณ์จี้ปล้นค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าไม่สนเรื่องชายหาดก็สามารถพักย่านใกล้ๆใจกลางเมืองอย่าง Flamenco, Lapa หรือใน Central เลยก็ได้ พวกนี้จะใกล้สนามบินและ Sambodromo กว่า และจะใกล้แหล่งกลางคืน อย่างพวกบาร์ในย่าน Lapa แต่จะน่ากลัวกว่าย่าน South Zone โดยเฉพาะตอนกลางคืน
4. เทศกาลคาร์นิวัลนอกสนาม Sambodromo - ไปริโอช่วงเทศกาลนอกจากพาเหรดใน Sambodromo แล้ว ยังมีพาเหรด และงานเฉลิมฉลองหรือที่เรียกกันว่า Street Carnival ตามจุดต่างๆรอบเมือง ตามโรงแรมหรือสถานที่ท่องเที่ยวจะมีแจกโบรชัวร์ Carnival Guide เป็นตารางของ Street Carnival ที่จะมีขึ้นในแต่ละวัน ใครที่ชอบบรรยากาศสนุกสนาน ปาร์ตี้ ก็ตามไปแจมกันได้ ทุกวัน วันละหลายจุด
| บรรยากาศ Street Carnival ริมชายหาด Ipanema |
| หาด Ipanema |
และถ้าซื้อตั๋ว Grandstands แนะนำว่าให้เอาหมอนหรืออะไรนุ่มๆไปรองด้วยก็ดีค่ะ เพราะที่นั่งเป็นปูน
ติดตามดูตอน (2) สำหรับภาพสวยๆจากฝีมือถ่ายมือสมัครเล่นสุดๆของเรา รวมผู้ชนะเลิศ 6 อันดับแรก จากเทศกาลริโอคาร์นิวัล ประเทศบราซิล 2012 ค่ะ
ใครอยากรู้อะไรเพิ่มเติม เขียนคำถามมาได้ค่ะ หวังว่าจะช่วยตอบได้ไม่มากก็น้อยนะคะ
** ตอนนี้เราไม่มีโปรแกรมไปบราซิล-อาร์เจนตินา แต่หากท่านใดสนใจอยากลุยเองเรามีบริการแพคเกจวางแผนเส้นทางอย่างละเอียด จองโรงแรม เครื่องบินและรถโดยสารภายใน ติดต่อได้ที่ www.thailanded.com **


... อ้อลืมไป ลากเพื่อนที่บ้านมาอีกคน หลับยิ่งกว่า ตื่นมาอีกทีตอนเค้าบอกว่าใกล้ถึงแล้ว... ปรับนาฬิกาให้เร็วขึ้นชั่วโมงนึง แล้วก็ Voila!!! ถึงปารีสแล้วค่าาา
ดีนะที่เข้าฟรี ไม่งั้นล่ะ ... ต่อๆค่ะ คราวนี้เลยตั้งใจต้องดูให้ได้ แต่พอไปถึงก็ลงแบบเดิม ชิวดู Monet Manet Renoir ก็แต่ละภาพมันก็สวยๆทั้งนั้น ชอบๆ ภาพวาดสไตล์ Impressionism ที่ใหม่กว่าเมื่อเทียบกับที่ Louvre ที่ส่วนมากมีแต่ภาพสมัย Renaissance ... คราวนี้ไม่พลาดภาพ Van Gogh ที่ที่นี่มีเด่นๆอยู่สองสามภาพ เช่นภาพ The Church at Auvers, Self Portrait, Bedroom in Arles ...
แย่งกันซื้อของลดราคาในกระบะ พูดตรงๆว่าเห็นแล้วเหนื่อยค่ะ ... ใจนึงก็อยากลองหาดู อีกใจก็เริ่มคิดว่าที่ลอนดอนก็มีเหมือนกัน ... สรุปเลยไปที่แผนกอาหารเหมือนเดิม
แหะๆ กินอิ่มแล้วเลยไปต่อแผนกไวน์ได้ Bordeaux กับ Provence มาอย่างละขวด ... แล้วบอกเพื่อนว่า ไปเหอะ แน่นเกิน ... เลยเดินกลับไปที่ Madeleine ฮ่าๆ ที่ร้าน Fauchon ที่ตอนแรกไม่ได้ซื้อเพราะขี้เกียจถือ ได้ทั้งบิสกิต ช็อกโกแลต ชา กาแฟ มาคารูน อร่อยๆทั่งนั้น เลือกมาซะเต็มตะกร้าเพราะมันลดราคา เฮ้อ... กว่าจะออกมาได้
... แล้วไปต่อที่ Hediard กับ ร้านชาโบราณๆที่จำชื่อไม่เคยได้ อะไรๆก็ดูดีพิถีพิถันไปหมดอาหารฝรั่งเศสเนี่ย ต่างกับอาหารอังกฤษลิบ อดนึกถึงเวลา Hercule Poirot เหน็บแนมอาหารอังกฤษแบบเจ็บๆแสบๆไม่ได้