วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554

Italy (3) - Christmas in Rome

คืนนี้ เป็นคืน Christmas Eve และอย่างที่เกริ่นไว้แต่ต้นเราจะเข้าวิหาร St Peter's เพื่อเข้าร่วมพิธี Christmas Eve Mass ซึ่งประกอบโดยองค์สันตปาปา

เรามาถึงโรมตอนสายๆ เริ่มต้นวันด้วยการเข้าชมวิหารเซนต์ปีเตอร์ในนครวาติกัน นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะมากเราเลยเข้าไปได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นเราไปเข้าชมพิพิธภัณฑ์วาติกันและโบสถ์ Sistine Chapel

สำหรับพิพิธภัณฑ์วาติกันนั้นเป็นที่เก็บสมบัติมากมายนับไม่ถ้วนของมหาอำนาจเก่าผู้นำศาสนจักร ภายในมีห้องต่างๆประดับประดาด้วยรูปปั้นหินอ่อนและจิตรกรรมงดงามนับไม่ถ้วน เดินไปเรื่อยๆจะสุดทางที่ห้องของ Rafael ที่ตั้งของภาพดัง School of Athens และก็จะถึงโบสถ์ Sistine Chapel เป็นโบสถ์ภายในเขตวาติกันที่หลายคนคงเคยเห็นผ่านตาในทีวีตอนที่สันตปาปาองค์ก่อนสิ้นพระชนม์เมื่อปี 2548 และมีพิธีการคัดเลือกสันตปาปาองค์ใหม่ พระคาดินาลจากทั่วโลกจะต้องเข้ามารวมตัวกันในโบสถ์นี้เพื่อทำพิธีคัดเลือกสันตปาปาองค์ใหม่ โดยจะไปไหนไม่ได้ถ้ายังไม่ได้มติ ผู้คนภายนอกรวมทั้งนักข่าวก็จะมารอดูปล่องควันจากหลังคาโบสถ์ ซึ่งเมื่อไหร่ที่ควันออกมาเป็นสีขาวหมายความว่าชาวคริสต์ได้สันตปาปาองค์ใหม่แล้ว
นอกจากจะเป็นสถานที่สำคัญ จิตรกรรมบนเพดานและฝาผนังของโบสถ์ Sistine นั้นยังสุดยอดอย่าบอกใคร ฝีมือวาดของจิตรกรเอก Michelangelo ที่เด่นที่สุดคือภาพ The Last Judgement ที่อยู่บนผนังด้านโต๊ะสวดมนต์ เป็นภาพจินตนาการเหตุการณ์วันสิ้นโลก กับภาพ The Creation of Adam บนเพดาน ซึ่งจำลองเหตุการณ์ตอนที่พระเจ้าสร้างอดัม มนุษย์คนแรกของโลกตามความเชื่อของศาสนาคริสต์ ในโบสถ์เขาห้ามถ่ายรูปค่ะเลยไม่มีให้ดู ตอนอยู่ในโบสถ์นอกจากห้ามถ่ายรูปแล้วยังมีคนคอยทำเสียง 'ชู่' ให้ทุกคนเงียบๆ แต่มาทีไรก็ชักสงสัยว่ามันเป็นเสียงของพนักงานในนั้นคอยทำจริงๆหรือเปิดเทปเอากันแน่เพราะออกมาเป็นจังหวะๆพอดี แถมยังค่อนข้างดัง เอาไว้ต้องไปสืบให้รู้ให้ได้

อิ่มตากับจิตรกรรมพวกนี้แล้วก็ได้เวลาช้อปปิ้ง เราเลยไปกันที่แถวบันไดสเปนซึ่งเป็นแหล่งร้านค้าแบรนด์เนมต่างๆ แล้วก็ไปทานข้าวรอเวลาเข้าพิธีตอนดึกคืนนี้ซึ่งจะเริ่มตอนประมาณ 4 ทุ่ม แต่คนแนะนำให้ไปรอคิวกันตั้งแต่ 2 ทุ่มเป็นอย่างช้า เพราะถึงแม้ว่าจะมีบัตรเขาก็ไม่การันตีว่าจะได้เข้าไปข้างใน ถ้าที่เต็มข้างในเมื่อไหร่ก็ต้องมานั่งที่เก้าอี้ด้านนอกแทน พวกเราเลยนอนรอกันที่โรงแรมก่อนซึ่งห่างจากโบสถ์ไปประมาณ 200 เมตร พอได้เวลา 2 ทุ่มกว่าๆเราก็ออกไปกัน คิวหน้าลานตอนนั้นยาวเกือบกิโลได้ รอไปได้เกือบชั่วโมงประตูก็เปิด คราวนี้ล่ะความโกลาหลก็เกิดขึ้น ทุกคนต่างเบียดอัดกันเข้ามาจนแน่นเป็นปลากระป๋อง ใครที่ผ่านที่กั้นไปได้ก็วิ่งกรูกันเพื่อที่จะได้ที่นั่งข้างหน้าๆ พวกเราก็ไหลตามคนข้างหน้าข้างหลังเข้าไปจนในที่สุดเราก็ผ่านที่กั้นไปได้ ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนได้ชัยชนะอะไรบางอย่างบอกไม่ถูก

บัตรเข้าร่วมพิธีและหนังสือบทสวด
เมื่อเข้าไปถึงผู้คนต่างพยายามจะหาที่ข้างหน้าและที่ใกล้ทางเดินตรงกลางให้ได้มากที่สุดเพราะองค์สันตปาปาจะเสด็จเข้ามาจากด้านหลัง และเดินผ่านช่องว่างตรงกลางไปยังโต๊ะสวดข้างหน้า พวกเราถือว่าได้ที่นั่งค่อนข้างดีอยู่ตรงกลางๆโบสถ์ ทุกคนจะได้รับแจกหนังสือเพลงสวดเล่มเล็กๆ ซึ่งข้างในจะมีคำสวดต่างๆที่ทุกคนจะต้องสวดตามภายในพิธี เรานั่งใกล้พระคริสต์องค์นึงที่มาไกลจากเกาหลี พระท่านตอนแรกเข้าใจผิดนึกว่าพวกเราคงศรัทธาแรงกล้ามากถามเราว่าเราเป็นกลุ่มแสวงบุญหรือ (ฮ่าๆ) แป่วเลยเมื่อทราบว่าที่จริงแล้วเราเป็นพุทธค่ะ แต่ท่านก็ใจดีคอยอธิบายขั้นตอนให้เราฟัง และว่าพระองค์ไหนเป็นใคร มียศอะไรบ้าง

และแล้วก็ได้เวลาพิธีเริ่ม คณะดนตรีก็เริ่มบรรเลงเพลง และขบวนพิธีก็ออกมาจากด้านหลังผ่านทางเดินตรงกลางมาเรื่อยๆ ขบวนค่อนข้างยาวมีพระคาดินาลเดินเข้ามาก่อนและจบด้วยองค์สันตปาปา ตอนพระองค์เข้ามานี่ยิ่งกว่าดารา hollywood เลย ทุกคนต่างพยายามจะเก็บภาพท่านไว้จนแสงแฟลชกระจาย ท่านทรงโบกมือให้เป็นระยะๆ พระเกาหลีข้างๆท่านใจดีมาก จริงๆท่านได้ที่ติดทางเดินแต่ท่านบอกให้เราเข้าไปแทน เลยได้เห็นองค์สันตปาปาแบบใกล้สุดๆ ได้ยินข่าวว่าปีที่แล้วตอนพิธีนี้มีหญิงคนนึงกระโจนใส่ตัวท่านจนออกข่าวไป ทั่วโลก เลยมีความคิดแวบในใจว่าถ้าอยากดังวิธีนี้ก็ไม่เลวเลย เหอะๆ

นำขบวน

องค์สันตปาปาเสด็จ
 จากนั้นพิธีสวดกระจายก็เริ่มขึ้น ฟังไม่ออกเลยสักคำแต่ก็ดีอย่างที่มีหนังสือให้เลยพอร้องตามได้ ร้องเพลงปนสวดกันเป็นชั่วโมงๆเลยทีเดียว ปลายพิธีก็จะมี Holy Communion รับพรและขนมปัง จบท้ายด้วยการแห่รูปปั้นจำลองพระเยซูตอนยังเป็นทารก เพื่อไปวางไว้บนแท่นจำลองเหตุการณ์ตอนประสูติของพระเยซูหรือที่เรียกกันว่า Nativity Scene เหมือนเป็นสัญญาณว่าพระเยซูได้มาประสูติแล้ว พิธีนี้เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของวัน Christmas อย่างเป็นทางการ ทุกคนในพิธีต่างหันไปหาคนรอบข้างเพื่อจับมือและกล่าวสวัสดีวันคริสต์มาสให้แก่กัน

จำลองประสูติพระเยซูในวิหาร St Peter's

ผู้คนทยอยกลับ






เดินเล่นในกรุงเก่าของโรมในวัน Christmas - Castello Sant'Angelo ข้างใต้มีอุโมงค์ลับเชื่อมไปยังวาติกัน ถ้าใครได้อ่าน Angel & Demons จะรู้ดี

น้ำพุเทรวี่ อลังการไม่เคยเปลี่ยน


Web Editor
Good Morning Tour
 
รีวิว และรูปถ่ายที่ปรากฏใน blog นี้ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ GM Tour ห้ามผู้ใดนำส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่ ตัดต่อ หรือแก้ไข โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท 

สนใจทัวร์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thailanded.com


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น