วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2555

Lake Titicaca ทะเลสาปศักดิ์สิทธิ์ของชาวอินคา

ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาปที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลกที่มีเรือพาณิชย์แล่นผ่านได้ ด้วยความที่เจ้าทะเลสาปแห่งนี้อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 3,800 เมตร แต่ยังกว้างใหญ่ไพศาลด้วยปริมาตรน้ำที่มากที่สุดในทวีปอเมริกา แถมด้วยความลึกกว่า 1,000 ฟุต ทำให้กลายเป็นทะเลสาปที่ทั้งสูงที่สุด ใหญ่ที่สุด น้ำเยอะสุด และยังลึกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก (อะไรจะขนาดนั้น !?!)  และยังกินขอบเขตบริเวณของทั้งสองประเทศ เปรู และโบลิเวีย

แค่นั้นยังไม่พอ ยังบวกตำนานอินคาใส่เข้าไปอีก เพราะในความเชื่อโบราณของอารยธรรมอินคานั้น กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว หลังจากน้ำท่วมโลกครั้งใหญ่ เทพเจ้า Viracocha ก็ปรากฏองค์ขึ้นมาจากทะเลสาป Titicaca เพื่อสร้างโลกใหม่ขึ้น พระองค์ทรงเสกพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาว และยังสร้างมนุษย์คู่แรกที่นี่ ซึ่งต่อมาได้เป็นจักรพรรดิองค์แรกของอารยธรรมอินคา ทีนี้ทั้งหมดก็หมายความว่าทะเลสาปแห่งนี้เป็นที่กำเนิดของทุกสิ่งทุกอย่างของความเป็นอินคาเลยทีเดียว

การมาเที่ยวทะเลสาปแห่งนี้เราได้เห็นอะไรหลายๆอย่างทั้งในฝั่งเปรู และฝั่งโบลิเวีย ที่ฝั่งโบลิเวีย จะเน้นในแนวความศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นที่ตั้งของเกาะพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นที่ถือกำเนิดของมนุษย์อินคาคนแรก การจะไปเกาะพระอาทิตย์นั้นเราต้องนั่งเรือไปจากเมือง Copacabana ส่วนเมือง Copacabana นั้นก็ไม่เบา ด้วยศิลปะสไตล์ colonial อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์อันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในทวีปเลยก็ว่าได้ - The Basilica of Our Lady of Copacabana - เป็นโบสถ์คาธอลิกสมัยศตวรรษที่ 16 สร้างโดยนักล่าอาณานิคมชาวสเปน ที่เป็นที่นับถืออย่างมากของชาวโบลิเวียทุกคน และเป็นหนึ่งในจุดหมายของนักแสวงบุญคาธอลิกทั่วโลก


The Basilica of Our Lady of Copacabana ตอนเข้าไปที่ห้องที่มีรูปแกะขององค์ Virgin of Copacabana นั้น เหมือนต้องแอบๆ ย่องๆเข้าไป ห้ามส่งเสียงแม้แต่แอะเดียว คนในนั้นเคร่งกันมาก ขืนทำอะไรผิดใจมีหวัง ...

ท่าเรือที่เมือง Copacabana ก่อนออกเดินทางไปเกาะพระอาทิตย์ เรามีกันสองคน ไกด์ท้องถิ่นหนึ่งคน ให้ทายไปเรือลำไหน ?
ตอบ: ลำใหญ่ยักษ์ด้านขวาที่เทียบท่าอยู่ตรงหน้่า โอ้โห อะไรจะ vip ขนาด ปกติไปยุโรปทั้งแพง ทั้งยังต้องนั่งรวมกับฝรั่งไม่รู้กี่คน

วิวบนทะเลสาป 
เกาะพระอาทิตย์


โชว์สาธิตวิธีทำเรือจากต้นกก ที่ขาวอินคาใช้กัน

บนเกาะยังมีอะไรอีกมาก ทั้งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ และกลุ่มลาม่าที่ให้เราเข้าไปเล่นด้วยถ่ายรูปอย่างสนุกสนาน พอชมเกาะเสร็จไกด์ก็มีเซอไพรส์บอกว่าเรือยอร์ทเราเสีย ต้องนั่งเรือกกลำนี้แทน เหอะๆ เลยได้นั่งเรือสวยลำนี้ไปอีกฝั่งหนึ่งของเกาะ คนพายชาวอินคาสองคนก็มีให้เราใส่ชุดคลุมแบบอินคาและยังให้ลองพายอีก แต่จริงๆก็นะ ให้เราได้เล่นถ่ายรูปซะมากกว่า พอไปถึงเรือยอร์ทไฮโซของเราก็ตามมารับ พร้อมด้วยบุฟเฟต์อาหารกลางวันบนเรือ (ไม่รู้จะทำเป็นบุฟเฟต์ไปทำไม มีคนทานอยู่สองคน) แต่เป็นวันที่น่าประทับใจกับบริการของแลนด์ท้องถิ่นจริงๆ 
หลังจากนั่งเรือชมทะเลสาปเสร็จเราก็เข้าไปต่อที่เมือง La Paz เมืองหลวงของประเทศโบลิเวีย แต่ post นี้เป็นเรื่องของทะเลสาปจึงขอกลับเข้าไปที่ฝั่งเปรูก่อน


ที่ฝั่งเปรู บนทะเลสาป Titicaca จะมีชาวเผ่าชื่อว่าชาว Uros เผ่านี้มีมาก่อนชาวอินคาซะอีกแต่ด้วยวิถีชีวิตที่เรียบง่าย จึงตั้งรกรากอยู่ทั่วไปไม่เป็นหลักแหล่ง อาทิบนทะเลสาปแห่งนี้ ชาว Uros สร้างเกาะลอยน้ำส่วนตัวขึ้นมาโดยใช้ต้นกก แต่ละเกาะจะอยู่กันด้วยกันประมาณ 3-4 ครอบครัว บางเกาะก็ใหญ่ บ้างก็เล็ก แล้วแต่อยากจะมีเพื่อนบ้านกี่คน ข้อดีของการอยู่เกาะลอยน้ำที่นี่คือสามารถลอยไปไหนมาไหนได้ แถมสามารถเปลี่ยนเพื่อนบ้านได้ วันไหนไม่ถูกคอกันก็ตัดแบ่งเกาะแล้วลอยไปหาจอยเพื่อนบ้านที่เกาะอื่นได้เลย

เราก็นั่งเรือไปเยี่ยมเกาะๆหนึ่ง หัวหน้าครอบครัวลุงแกก็มาต้อนรับ เล่าประวัติความเป็นมาและวิธีสร้างเกาะลอยน้ำของแกให้เราฟัง 



เจอเรือกกอีกแล้ว แต่ใหญ่สู้ลำที่นั่งที่ฝั่งโบลิเวียไม่ได้

อีกเกาะระหว่างทาง
สำหรับอารยธรรมอินคาที่เกิดขึ้นหลังชาว Uros (สมัยอินคารุ่งเรือง ชาว Uros จะถูกเรียกว่าเป็นพวกชาวเผ่าไร้อารยธรรม) แต่อินคานั้นเสื่อมและสูญหายไปก่อนตั้งแต่สมัยโดนล่าอาณานิคมจากสเปน ส่วนเผ่า Uros ยังสามารถคงวิถีชีวิตและประเพณีมาจนถึงทุกวันนี้ ทำให้มีคำพูดที่ว่า:
     "บ้านธรรมดาๆที่สร้างจากต้นกกของชาว Uros นั้น ยังแข็งแรงและคงทนกว่าปราสาทหินบนยอดเขาของชาวอินคาเสียอีก"...

วิวทะเลสาปก่อนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า
ดูทัวร์ต่างๆของเราได้ที่ www.thailanded.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น