วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2554

Italy - ทัวร์ยอดฮิต ทำไมใครๆถึงอยากไปทัวร์อิตาลี (1)

วันนี้มารีวิวทัวร์อิตาลีของเรากันค่ะ ซึ่งจัดว่าเป็นทัวร์ยอดฮิตเลยทีเดียวสำหรับใครที่มายุโรป ถ้าอยากรู้ว่าปกติแล้วเราพาไปไหนบ้างในอิตาลี่ ตามมาดูกันเลยค่ะ


ทัวร์นี้เราไปช่วง Christmas ปี 2553 ที่เลือกรีวิวทัวร์นี้โดยเฉพาะเพราะว่ามีอะไรไม่เหมือนทัวร์อื่น งานนี้ลูกทัวร์ request มาว่าอยากไปเข้าร่วมพิธี Christmas Eve Mass ภายในโบสถ์วาติกัน ที่ท่านโป๊ปองค์ปัจจุบัน Pope Benedict ที่ 16 ทรงประกอบพิธีด้วยพระองค์เอง โดยในคืน Christmas Eve นั้นชาวคาธอลิคทุกคนจะเข้าร่วมพิธีในโบสถ์ทั่วโลกเพื่อรำลึกถึงวันประสูติของพระเยซู การที่จะได้เข้าร่วมพิธีนี้ในโบสถ์ศูนย์กลางคริสตจักรอย่าง St Peter's ในวาติกันนั้นจึงถือได้ว่าเป็นอะไรที่ศักดิ์สิทธิ์มากๆสำหรับชาวคาธอลิคเลยก็ว่าได้ แต่ความพยายามย่อมชนะสิ่งใด เราโชคดีมากที่สามารถหาบัตรและพาลูกทัวร์เราเข้าไปในคืนศักด์สิทธิ์นั้นได้


เริ่มต้นวันแรกเรานั่งรถไฟไปเที่ยวทะเลสาปโคโมกัน แล้วพากันล่องเรือลัดเลาะไปตามหมู่บ้านเล็กๆต่างๆ โคโม่ช่วงหน้าหนาวนั้นไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเท่าไหร่ ก็ได้บรรยากาศแบบเงียบๆสงบๆไปอีกแบบเมื่อเทียบกับเวลามาตอนหน้าร้อน แต่ข้อเสียคือร้านรวงต่างๆตามหมู่บ้านจะปิดพักผ่อน

ตลาดคริสต์มาสที่จัตุรัสกลางเมือง     

นั่งเรือชมทะเลสาป

อาหารกลางวันริมทะเลสาป Como

ได้เวลาพอเริ่มเหนื่อยก็กลับมาพักผ่อนกันที่โรงแรมวิวทะเลสาปโคโม่ ก่อนออกมาเดินเล่นอีกในตอนเย็นๆ เพราะเป็นช่วงคริสต์มาสเลยได้เห็นบรรยากาศเฉลิมฉลองของคนที่นี่ ตกกลางคืนคนเมืองจะออกมาเดินตลาด Chirstmas Market ทุกๆคนดูมีความสุขออกมาเลือกซื้อของขวัญให้คนที่รักทำให้ถนนเต็มไปด้วยผู้คน 

ซอกซอยในเมือง Como

บรรยากาศตอนกลางคืน เต็มไปด้วยผู้คน

จุดหมายถัดไปของเราคือเมืองมิลาน ที่เรียกกันว่าเป็นสวรรค์ของนักช้อป บางคนบอกว่าลอนดอนดีกว่าบ้าง ปารีสดีกว่าบ้าง ความเห็นแตกต่างกันไป แต่สำหรับฉันไม่มีอะไรสู้มิลานได้โดยเฉพาะช่วง sale season เพราะทุกอย่างมันรวมอยู่ในศูนย์กลางจัตุรัส Duomo อีกทั้งยังมีของมีแบบให้เลือกมากมายที่บางครั้งลอนดอนยังไม่มีด้วยซำ้

แต่ก่อนช้อปต้องแวะไปดูของสำคัญของเมืองมิลานก่อนซึ่งก็คือภาพวาด The Last Supper ผลงานชิ้นเอกของศิลปินอัจฉริยะ Leonardo Da Vinci บนฝาผนังของโบสถ์ Santa Maria delle Grazie ที่เฮียแกใช้เวลาวาดถึง 3 ปี อีกทั้งว่ากันว่าตอนสมัยสงครามโลกมีการทิ้งระเบิดในมิลาน โบสถ์แห่งนี้พังยับเยินเหลือเพียงแต่ผนังที่มีภาพนี้อยู่ที่ไม่เป็นอะไร

จากนั้นแวะเข้าโบสถ์ Duomo ของเมืองมิลาน โบสถ์สมัยโกธิคที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมือง


ดูโอโมของมิลานช่วงเทศกาลคริสต์มาส
โอเค งานรองเสร็จแล้วต่อไปเป็นงานหลักซึ่งเป็นอะไรอื่นไม่ได้นอกจากช้อปปิ้ง ลูกทัวร์ขอเวลา 5 ชั่วโมงเต็มๆสำหรับงานนี้ คนเยอะพลุกพล่านกว่าปกติเนื่องจากใกล้วัน christmas เข้าไปทุกทีๆ บรรยากาศในห้าง Rinascente เหมือนแจกฟรี ตอนเข้าไปแทบเดินไม่ได้ ต้องไหลไปตามผู้คน


ตกกลางคืนพาลูกทัวร์ไปเดินเล่นทานอาหารริมคลอง Naviglio ของมิลาน ถ้าไปช่วงเย็นๆทุกร้านจะติดป้ายว่า Happy Hour ซึ่งแปลว่าถ้าเข้าไปสั่ง Drink หนึ่งแก้ว คุณจะได้แถมทานอาหารบุฟเฟต์ของร้านไปด้วยเลยในตัว 
บรรยากาศริมคลอง Naviglio ที่มิลาน

วันรุ่งขึ้นลูกทัวร์ขอกลับไปช้อปต่อก่อนนั่งรถไฟไปยังเมือง Venice ซึ่งถึงแม้เป็นหน้าหนาวเวนิซก็ยังสวยงามเช่นเคย คืนนี้เราพักที่โรงแรมริม Grande Canal จากห้องสามารถมองเห็นวิวของคลองสายหลักแห่งนี้
วิวคลอง Grande Canal จากโรงแรม เห็นยอด San Marco เป็น background


ภายในโรงแรมซึ่งเป็น Palazzo เก่า

ท่าเรือกอนโดล่าหน้าโรงแรม


เราไปเที่ยวจัตุรัส St Mark's ชมพระราชวัง Doge's Palace เดินลัดเลาะตามซอกซอยไปมาจนถึงสะพาน Rialto ผู้คนออกมาเดินเต็มท้องถนน บรรยากาศช่วงคริสต์มาสนี่มันช่างครึกครื้นดีจริงๆเลยค่ะ



วันรุ่งขึ้นเราไปเที่ยวเกาะ Murano แหล่งผลิตเครื่องแก้ว Murano ชื่อดัง โดยเมื่อหลายร้อยปีมาแล้วการเป่าแก้วถูกบังคับห้ามบนเกาะเวนิซเพราะกลัวอันตรายจากไฟไหม้ ทุกคนเลยต้องย้ายมาทำที่เกาะ Murano แทน ชมสาธิตวิธีการผลิตแก้ว


จากนั้นเรานั่งเรือต่อไปเที่ยวเกาะชาวประมงหลากสีสันที่มีชื่อว่าเกาะ Burano ว่ากันว่าที่ชาวบ้านพากันทาสีบ้านเรือนจนหลากสีเป็นเพราะเมื่อก่อนผู้ชายทุกคนที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้มีอาชีพเป็นชาวประมง เวลานั่งเรือกลับจากหาปลาได้ก็อยากจะเห็นบ้านของตนจากนอกฝั่ง เลยทาสีบ้านให้ไม่เหมือนใคร พวกเราตกลงกันว่าจะแวะทานข้าวที่นี่ กำลังเดินๆหาร้านอยู่เจอฝรั่งอิตาเลียนที่เป็นเด็กเรียกแขกของร้าน Ristorante Galuppi ทักว่าเป็นคนไทยใช่ไหม เลยถามกลับไปว่ารู้ได้ยังไง เลยรู้ว่าภรรยาของเจ้าของร้านเป็นคนไทย ด้วยความที่ทุกคนก็ชอบอุดหนุนคนไทยด้วยกันเลยเข้าไปทาน เจ๊เจ้าของร้านที่เป็นคนไทยก็ออกมาต้อนรับ อัธยาศัยดีมากๆ แกบอกว่าแต่งงานมาอยู่ที่เกาะนี้ได้กว่า 10 ปีแล้ว อาหารของร้านอร่อยใช้ได้ทีเดียวแต่ราคาแอบแพงไปนิด สมกับเป็นราคาในเขตเวนิซ




บ้านหลากสีสันบนเกาะบูราโน่
นั่งเรือกลับมาถึงเวนิซก็ไปเดินเล่นกันที่ St Mark's square เลือกซื้อของกันอีกรอบ จากนั้นเราก็ได้เวลานั่งรถไฟไปยังจุดหมายต่อไปของเรา ซึ่งก็คือ Florence นั่นเอง


เอาไว้มาต่อตอน (2) ค่ะ ที่เราไปเที่ยวเมืองต่างๆในแคว้นทัสคานี่ กับไปต่อที่โรม Highlight พิธี Christmas Eve Mass ในมหาวิหาร St Peter's...


Web Editor
Good Morning Tour
รีวิว และรูปถ่ายที่ปรากฏใน blog นี้ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ GM Tour ห้ามผู้ใดนำส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่ ตัดต่อ หรือแก้ไข โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท 


สนใจทัวร์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thailanded.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น